dot dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot




สำนักปลัดเทศบาล

 วิสัยทัศน์  สำนักปลัดเทศบาล

พัฒนาคน  ชุมชนปลอดภัย

 

ได้ใจด้วยบริการงานทะเบียน


    สำนักปลัดเทศบาล : สำนักปลัดเทศบาลมีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานราชการทั่วไปของเทศบาลและราชการที่มิได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของกองหรือส่วนราชการในเทศบาลโดยเฉพาะ รวมทั้งกำกับและเร่งรัดปฏิบัติราชการของส่วนนราชการในเทศบาล ให้เป็นไปตามนโยบายแนวทางและแผนการปฏิบัติราชการของเทศบาล โดยให้บริการงานด้านต่างๆ ดังนี้

 

การแจ้งเกิดบุตร : ต้องการแจ้งเกิดพร้อมตั้งชื่อเด็ก ภายใน 15 วัน นับแต่วันเกิด โดยแจ้งได้ที่สำนักทะเบียนที่เกิดหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่อื่นที่บิดามารดา หรือผู้ปกครองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

การแจ้งเกิดเกินกำหนดเวลา : หมายถึง ไม่ได้แจ้งการเกิดตามที่กฎหมายกำหนดใว้ (15 วัน) นับแต่วันเกิด จะมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท 

 หลักฐานที่ต้องนำมาแสดง
1. บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง และบัตรประจำตัวประชาชนบิดา มารดา
2. สำเนาทะเบียนบ้านที่จะเพิ่มชื่อเด็กเข้าทะเบียนบ้าน
3. หนังสือรับรองการเกิด ท.ร.1/1 (กรณีเกิดในสถานพยาบาล)

          กรณีมีคนตายแล้วไม่ได้มาแจ้งการตายภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด กรณีนี้ให้ผู้แจ้งการตายยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องที่ที่มีการตายหรือพบศพโดยดำาเนินการ ดังนี้     1. เมื่อนายทะเบียนได้รับคำร้องแล้วจะตรวจสอบคำร้องและเอกสารที่ผู้แจ้งนำไปแสดงแล้วดำเนินการ เปรียบเทียบคดีความผิดตามที่กฎหมายกำหนด กรณีนี้ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
  2. สอบสวน สาเหตุจากพยานบุคคล เพื่อให้ทราบถึง วันเดือนปีที่ตาย สถานที่ตายและผู้รู้เห็นเหตุการณ์ตาย ตลอดจนสาเหตุที่ไม่แจ้งการตาย ภายในเวลาที่กำหนด
3. รวบรวมหลักฐานและพิจารณาเมื่อเห็นว่าเชื่อถือได้จะสั่งอนุญาตให้รับแจ้งได้ 
หลักฐานที่ต้องนำมาแสดง
  1. บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง
  2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ตาย (ถ้ามี)
  3. หนังสือรับรองการตายตามแบบ ท.ร.4/1 (กรณีตายในสถานพยาบาล)
  4. ใบรับแจ้งการตายตามแบบ ท.ร.4 ตอนหน้า (กรณีแจ้งต่อกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน)
  5. รายการชันสูตรของเจ้าหน้าที่ที่ตำรวจ หรือหน่วยงานนิติเวช (กรณีตายผิดธรรมชาติ/ไม่ทราบสาเหตุ)
  6. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่มีชื่อคนตาย

การย้ายเข้า  

เมื่อมีย้ายที่อยู่เข้ามาอยู่ในบ้าน ให้เจ้าบ้านแจ้งการย้ายเข้าต่อนายทะเบียนท้องถิ่นภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้นั้นย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน ทั้งนี้ให้นำหลักฐานการย้ายเข้าไปแสดงต่อนายทะเบียน โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม

การย้ายออก

 เมื่อผู้อยู่ในบ้านย้ายออกจากบ้าน ให้เจ้าบ้านแจ้งการย้ายออกต่อนายทะเบียนท้องถิ่นภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้นั้นย้ายออกไป โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม

การย้ายปลายทาง

 ผู้แจ้งต้องมาแสดงตนต่อนายทะเบียนท้องถิ่น ยกเว้นเด็กอายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ให้มารดาเป็นผู้แจ้ง และให้เจ้าบ้านที่จะทำการย้ายเข้ามายื่นคำยินยอมเป็นหนังสือต่อนายทะเบียนท้องถิ่นโดยมีค่าธรรมเนียม 20 บาท

 หลักฐานที่ต้องนำมาแสดง

1. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ย้ายที่อยู่

2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน

3. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน

4. กรณีเจ้าบ้านไม่สามารถมาดำเนินการแจ้งย้ายออกได้ ให้นำหนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้าน และบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้านมาด้วย

5. ใบแจ้งย้ายที่อยู่ทั้ง 2 ตอน และเจ้าบ้านลงนามในช่องเจ้าบ้านผู้ยินยอมให้ย้ายเข้าและผู้แจ้งย้ายเข้า

6. กรณีที่บ้านว่างยังไม่มีเจ้าบ้านให้นำหลักฐานหนังสือสัญญาซื้อขายที่สำนักงานที่ดินออกให้

7. กรณีเจ้าบ้านหรือผู้แจ้งย้ายเข้ามาไม่ได้ทำหนังสือมอบหมายกันได้ระหว่างเจ้าบ้านกับผู้แจ้งย้าย

 

 หลักฐานที่ต้องนำมาแสดง
1. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้อง/หรือบัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดาผู้ร้อง
2. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่ผู้แจ้งมีรายชื่ออยู่
3. เอกสารที่มีรายการผิดพลาด
4. หลักฐานเอกสารที่ถูกต้องและมีความสัมพันธ์กับหลักฐานที่ผิดพลาด เช่น พบว่ารายการ วัน เดือน ปีเกิดในทะเบียนบ้านผิด ต้องนำสูติบัตรที่มีรายการ วัน เดือน ปีเกิด ที่ถูกต้องไปแสดงเป็นหลักฐาน เป็นต้น
5. พยานบุคคลที่เกี่ยวข้องพร้อมบัตรประจำาตัวประชาชน
 
ขอเพิ่มรายชื่อเข้าทะเบียนราษฎร
การเพิ่มชื่อตามหลักฐานทะเบียนบ้านให้ยื่นคำร้องแห่งท้องที่ที่เคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านครั้งสุดท้าย 
 
หลักฐานที่ต้องนำมาแสดง
 
1. บัตรประจำตัวประชาชน

 2. สำเนาทะเบียนบ้าน 

3. การเพิ่มชื่อเข้าตามสูติบัตร ให้ยื่นคำาร้องแห่งท้องที่ที่ออกสูติบัตร

4. การเพิ่มชื่อตามใบแจ้งการย้ายที่อยู่ ให้ยื่นคำร้องแห่งท้องที่ที่ประสงค์จะขอเพิ่มชื่อ

5. การเพิ่มชื่อตามทะเบียนบ้าน ให้ยื่นคำร้องแห่งท้องที่ที่เคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านครั้งสุดท้าย 

 การขอเลขที่บ้าน

   เมื่อมีการปลูกสร้างบ้าน เจ้าบ้านจะต้องแจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อขอเลขที่บ้านภายใน15 วัน นับแต่วันที่สร้างเสร็จ เมื่อนายทะเบียนรับคำร้องพร้อมหลักฐานของผู้แจ้งครบถ้วนแล้ว จะต้องตรวจสอบว่าบ้านที่ขอเลขที่นั้น มีลักษณะเป็นโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างที่สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นประจำ (มีสภาพคงทนถาวร) หรือไม่ ถ้าถูกต้องกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านหรือนายทะเบียนจะกำหนดเลขที่บ้านให้แก่ผู้แจ้งภายใน  7 วัน (กรณีบ้านปลูกอยู่ในเขตเทศบาล) หรือภายใน 30 วัน (กรณีบ้านปลูกอยู่นอกเขตเทศบาล)

 สถานที่ยื่นคำร้องขอเลขที่บ้าน

- ถ้าบ้านปลูกอยู่ในเขตเทศบาลที่ยังมีผู้ใหญ่บ้านอยู่ในเขตเทศบาล เจ้าบ้านจะต้องแจ้งขอเลขที่บ้านต่อผู้ใหญ่บ้านเพื่อออกใบรับแจ้งเกี่ยวกับบ้าน (ท.ร.9) สำหรับนำไปประกอบการยื่นคำร้องขอเลขที่บ้านที่งานทะเบียนราษฎรของทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลที่บ้านปลูกสร้างเสร็จตั้งอยู่เพื่อแจ้งขอเลขที่บ้านและสมุดทะเบียนบ้าน

 

หลักฐานที่ต้องใช้ ในการขอเลขที่บ้าน หรือทะเบียนบ้านใหม่ ได้แก่

(1) ใบรับแจ้งเกี่ยวกับบ้าน (ท.ร.9) ออกโดยผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนันท้องที่ที่บ้านที่ปลูกสร้างเสร็จตั้งอยู่

(2) สำเนาบัตรประจำาตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ยื่นคำาร้องพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ จำานวน 1 ชุด

(3) เอกสารสิทธิ์แสดงการครอบครองที่ดินของบ้านที่ปลูกสร้างนั้นตั้งอยู่ เช่น โฉนดที่ดิน น.ส.3 ,ส.ป.ก เป็นต้น กรณีสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่บนที่ดินของผู้อื่นต้องมีหนังสือยินยอม ให้ปลูกสร้างบ้านบนที่ดินนั้นของเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นประกอบด้วย โดยใช้เอกสาร ดังนี้

- หนังสือยินยอมให้ปลูกสร้างบ้าน (กรณีสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่บนที่ดินของผู้อื่น) โดยแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน/ผู้ที่มีชื่อร่วมกันในกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นๆทุกคน ลงลายมือชื่อพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องเอกสารทุกฉบับ จำนวน 1 ชุด

- กรณียื่นในนามบริษัท, ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นใด ต้องมีหนังสือรับรองการจัดตั้ง หรือหนังสือรับรองโดยแนบสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามทุกคน ลายมือชื่อพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องเอกสารทุกฉบับ จำนวน 1 ชุด

(4) ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร หรือ หนังสือรับรองสิ่งปลูกสร้าง

(5) หนังสือมอบอำนาจ/มอบหมายจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน กรณีไม่สามารถมาติดต่อขอเลขที่บ้านด้วยตนเอง พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้มอบอำนาจ/มอบหมาย และผู้รับมอบอำนาจ/มอบหมาย รวมทั้งพยานบุคคล จำนวน 2 คน ลงลายมือชื่อ หรือลายพิมพ์นิ้วหัวแม่มือข้างขวาในหนังสือมอบอำนาจ/มอบหมายพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องให้ครบถ้วนทุกฉบับ จำนวน 1 ชุด

(6) รูปถ่ายบ้านที่ปลูกสร้างเสร็จทั้ง 4 ด้าน 



การตรวจคัดและรับรองเอกสารการทะเบียนราษฎรและรายการจากฐานข้อมูล

ขอคัดและรับรองจากเอกสารต้นฉบับยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานทะเบียนที่จัดทำเอกสารทะเบียนราษฏร ค่าธรรมเนียม 10 บาท

หลักฐานที่ต้องนำมาแสดง

1. กรณีเจ้าของรายการมาดำเนินการด้วยตนเอง บัตรประจำตัวของผู้ยื่นคำร้อง

2. กรณีผู้มีส่วนได้เสียขอคัดรายการของบุคคลอื่น บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคำร้องเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียพร้อมสำเนา

3. กรณีเจ้าของรายการหรือผู้มีส่วนได้เสียมอบให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน บัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ พร้อมหนังสือมอบอำ นาจ (ติดอากรแสตมป์ 10 บาท)

 

4. กรณีทนายความ บัตรประจำตัวทนายความ หลักฐานการเป็นผู้มีส่วนได้เสียหากไม่สามารถแสดงหลักฐานการเป็นผู้มีส่วนได้เสียให้บันทึกปากคำทนายความตามแบบพิมพ์ ป.ค.14






     มีหน้าที่รับผิดชอบ ป้องกันภัย และระงับอัคคีภัย ภัยธรรมชาติ และสาธารณภัย เช่น อัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย ตรวจสอบ ควบคุมดูแลในการจัดเตรียม และอำนวยความ สะดวกในการป้องกันบรรเทาและระงับสาธารภัยต่างๆ ในพื้นที่เทศบาลเมืองวังน้ำเย็น โดยการจัดทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝึกซ้อมและดำเนินการตามแผน ฝึกอบรมอาสาสมครปองกนและบรรเทาสาธารณภัย การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาภัยแล้งโดยการสนับสนุนน้ำอุปโภค บริโภคหน้าที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่

1. การช่วยชีวิต

      การช่วยชีวิตเป็นภารกิจอันดับแรกที่จะต้องปฏิบัติ แต่การที่จะปฏิบัติภารกิจนี้ให้ลุล่วงไปด้วยดีเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะต้องมีการออกสำรวจวางแผนป้องกันและระงับอัคคีภัยไว้ล่วงหน้าหรือคาดว่าจะต้องมีผู้ติดค้างอยู่ภายในอาคาร หรือทราบจากผู้ใกล้ชิดสถานการณ์ หรือผู้เห็นเหตุการณ์ว่ามีคนติดอยู่ภายในอาคาร หรือทราบจากญาติพี่น้องที่สามารถหนีออกมาก่อนได้แจ้งให้ทราบและจะต้องรีบเร่งหาทางช่วยเหลือก่อนที่จะลงมือปฏิบัติอย่างอื่น

 
2. การพิทักษ์ทรัพย์สิน

     การป้องกันอัคคีภัย หน้าที่ป้องกันอัคคีภัย สามารถทำได้ 2 ขั้นตอน คือ

2.1 การป้องกันมิให้เกิดอัคคีภัย

2.2 การบรรเทาความเสียหาย

     ในด้านการป้องกันอัคคีภัยนั้นนอกจากการอบรมแนะนำ ประชนให้ทราบถึงวิธีการป้องกันอัคคีภัยอันอาจเกิดจากการประกอบกิจการต่างๆแล้วงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจและแนะนำ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแก่ประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลด้วยการตรวจและแนะนำโดยการใช้บทบัญญัติและกฎหมายกระทรวงออกตามพ.ร.บ.ป้องกันและระงับอัคคีภัยพ.ศ.2550 และพระราชบัญญัติอื่นๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการป้องกันและระงับอัคคีภัยเป็นหลักปฏิบัติ

3. การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

     เป็นการเตรียมการของเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในเขตเทศบาลเมืองวังน้ำเย็นและจัดส่งกำลังสมทบตามที่ได้รับคำร้องขอ หรือเห็นว่าสถานการณ์นั้นอยู่ในขั้นที่รุนแรงเช่น กรณีเกิดอุทกภัย หรืออัคคีภัยและการขาดแคลน เป็นต้น


 

เอกสารหรือหลักฐานที่ต้องใช้

1. ใบคำร้อง จำนวน 1 ฉบับ

2. บัตรประจำตัวประชาชน

3. ทะเบียนบ้าน

4. ภาพถ่ายทรัพย์สินที่เสียหาย

ค่าธรรมเนียม ไม่เสียค่าธรรมเนียม


     ปัญหาภัยแล้งเป็นภัยธรรมชาติที่นำความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งทางด้านการขาดแคลนน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภค และด้านผลิตผลทางการเกษตรที่ต้องพึ่งพาแหล่งน้ำจากธรรมชาติ ประกอบกับประเทศไทย เป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรที่สำคัญในตลาดโลก ภัยแล้งจึงมีผลกระทบโดยตรงต่อการลดลงของผลผลิตทางด้านการเกษตรของไทย และมีผลกระทบทางอ้อม ได้แก่ การอพยพทิ้งที่ดินทำกินละทิ้งที่อยู่อาศัยไปหางานทำในเมือง ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าได้ก่อให้เกิดปัญหาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมตามมา งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองวังน้ำเย็น เล็งเห็นปัญหาความเดือนร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งจึงมีหน้าที่สนับสนุนน้ำอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือชาวนาและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ปัญหาภัยแล้งจึงจัดเป็นปัญหาสำคัญของชาติ


 







สำนักงานเทศบาลเมืองวังน้ำเย็น ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว 27210 โทร. 037-251648,037-251524-5 โทรสาร 037-251404 E-mail. wny@wangnamyen.net